หาก ต้องจัดหมวดหมู่อาการหลงๆ ลืมๆ ตามหลักภาษาอังกฤษ คงต้องขอในคัดแยกอยู่ประเภทนามนับไม่ได้ ที่อยู่ในกลุ่มเดียวกันกับเส้นผม เม็ดน้ำตาล หรือเงิน เนื่องจากอาการทีจำอะไรไม่ค่อยได้เกิดขึ้นถี่ซะจนขี้เกียจนับ ไล่ตั้งแต่ลุกจากเก้าอี้แล้วไม่รู้ว่าจะต้องเดินไปไหนแล้วจะไปทำอะไร ทำกุญแจดอกเล็กหล่นหายในที่มืด ลืมกระเป๋าตังค์หรือโทรศัพท์ไว้ที่บ้านสองครั้งในห้าวัน หรือแม้แต่ลงรถไฟฟ้าผิดสถานีทั้งที่ลงทุกวันเป็นเวลาปีกว่า
แต่เซ็กชั่นที่เกิดขึ้นบ่อยและกวนใจมากที่สุดคือจำไม่ได้ว่าเก็บของไว้ที่ ไหน ยิ่งของนั้นสำคัญและจำเป็นต้องใช้การมากเท่าไหร่ เปอร์เซนต์ในการหาเจอยิ่งแปรผกผันมากขึ้นเท่านั้น จากที่เคยผูกคอซอง ผูกไทด์ ใส่กระโปรงพลีท เปลี่ยนมาใส่เสื้อยืด จนแล้วจนรอด อาการนี้ก็ไม่มีทีท่าจะลดหย่อนไปแต่อย่างใด นับวันจะทวีความรุนแรงมากขึ้น จนประสบการณ์ lost&found ช่ำชองเข้าขั้นเทพ เมื่อของสักชิ้นหาย ระบบสมองจะสร้างแพทเทิร์นในหัวขึ้นมาว่าควรทำอะไรก่อน อะไรหลัง อย่างแรกคือต้องทำใจไปเลยว่าของที่เราจะหาต่อไปนี้ไม่มีทางจะเจออีกแน่นอน คิดล่วงหน้าให้เรียบร้อยว่าถ้าต่อไปนี้จะไม่มีมันอีกจะต้องทำยังไงต่อไป เมื่อทำใจได้แล้วการหาเจอนับแต่นี้ไปจะกลายเป็นโชคดี คิดได้ดังนั้น ก็เริ่มจัดกรุ๊ปว่าของที่ทำหายไปนั้นอยู่ในหมวดหมู่ไหน เช่น ถ้าหนังสือหายก็ไปหาทุกที่ที่คิดว่าจะสามารถวางหนังสือได้ ลิสต์ไว้ในใจว่ามีกี่ที่ แล้วเริ่มต้นหาตามแผนนั้น ระหว่างหาก็จินตนาการไปด้วยความความเป็นไปได้ในการซุกซ่อนตัวของของชิ้นนั้น จะอยู่ที่ไหนได้บ้าง จำไว้อย่างว่าอย่าละเลยสถานที่ที่ดูเหมือนเป็นไปไม่ได้ เช่น บางทีโทรศัพท์มือถืออาจอยู่ในตู้เย็น บิลค่าไฟอาจกลายเป็นที่คั่นหนังสือที่อ่านค้างอยู่ ปากกาอาจเสียบอยู่บนหัวเป็นต้น หรืออีกหนึ่งวิธีฮิตคือพยายามนึกย้อนไปในสถานที่และเวลาครั้งสุดท้ายที่ได้ พบมัน นั่นก็อาจทำให้สโคปในการลงมือหาของชิ้นนั้นแคบลง แต่ที่สำคัญที่สุด อย่าถอดใจง่ายๆ ต้องมีความหวังเสมอ
ท้ายสุดจะเจอหรือไม่ก็ตาม สิ่งที่เกิดขึ้นควบคู่กันไประหว่างการหา เราจะได้พบอะไรบางอย่าง บางอย่างที่ว่านั้นระบุประเภท รูปพรรณสัณฐานชัดเจนไม่ได้ว่าคืออะไร อาจจะเป็นรูปถ่ายสติกเกอร์ชูสองนิ้วเมื่อสิบปีก่อน รูปพ่อกับแม่สมัยรักกันใหม่ๆ ผ้าปักครอสติดเมื่อตอน ป.5 ตั๋วคอนเสิร์ตคริสติน่า ภาพวาดได้เก้าเต็มสิบเมื่อตอน ม.3 ซึ่งนอกจากจะได้หยิบเอาความทรงจำเก่าๆ มาปัดฝุ่นให้ดูใหม่ขึ้นแล้ว ถ้าโชคดีเป็นสองเท่าเราอาจจะได้เจอของที่หายไปครั้งที่แล้วก็ได้ แล้วความสุขอย่างบอกไม่ถูกก็จะตามมา หรือถ้าจะคิดในแง่ดีสุดๆ ผลของการหาของที่หายแล้วไม่เจอก็คือ ห้องที่ปล่อยรกมาเป็นปีๆ กลับมามีระเบียบอีกครั้ง
ไม่มีใครรู้ว่าการลงมือหาของครั้งต่อไป จะพบของชิ้นนั้นไหม แต่ที่น่าตื่นเต้นกว่าคือครั้งหน้าเราจะได้พบอะไรระหว่าทางอีก
*** บังเอิญว่าต้องไปหาภาพประกอบชิ้นหนึ่งที่เคยทำไว้ แต่หาไม่เจอ กลับไปเจอบทความนี้ที่เขียนเอาไว้เมื่อสองปีก่อนแทน
หรือนี่จะเป็นเสน่ห์ของการทำของหายจริงๆ
อ่านแล้วเคลิ้มไปเลยครับ ^^ อยากเก่งเหมือนพี่จริงๆ:]
จบได้ดีครับ