
1 มกราคม 2552
อาจเป็นเพราะวันนี้เป็นเช้าตรู่วันที่ 1 เช้าที่เพิ่งผ่านคืนสิ้นปีอันแสนสนุกสุดเหวี่ยงและการแยกย้ายกันไปนับถอยหลังกับคนรักตามที่ต่างๆ ของประเทศ ถนนสีลมเส้นนี้เลยกลับมาโล่งอีกครั้ง หลังจากห่างหายจากสภาพนี้มานาน ครั้งสุดท้ายอาจจะตั้งแต่เทศกาลสงกรานต์ที่ผ่านมา หรือไม่ก็ตั้งแต่ปีใหม่ปีที่แล้ว พอไม่มีรถติดหนึบบนถนน สวนลุมก็ดูร่มรื่นขึ้นอีกหลายเปอร์เซนต์
ข้อความที่คั่งค้างจากการจราจรติดขัดเมื่อคืนเริ่มคล่องตัวมากขึ้น เมสเสสค่อยๆ ทยอยดังขึ้นเป็นระยะ บ้างอวยพรให้มีความสุข บ้างอวยพรให้ไม่มีความทุกข์ แต่ความจริงก็คือบางทีความสุขกับความทุกข์ก็เกิดขึ้นพร้อมๆ กัน
‘ห้องบรรยาย’ ตึกนิติวิทยาศาสตร์ ร.พ. จุฬาฯ
สายรุ้ง ป้ายสวัสดีปีใหม่ และกลองชุดยังไม่ได้เก็บออกไป มีรูปผู้เสียชีวิตที่เจ้าหน้าที่ถ่ายไว้ให้ญาติมารอรับ เรียงรายอยู่บนโต๊ะ ซึ่งนอกจากรูปถ่ายแล้ว ก็จะมีหลักฐานต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นนาฬิกา บัตรประชาชน สร้อย หรืออื่นๆ เพื่อยืนยันว่านี่คือญาติของตัวเองแน่ๆ ในกรณีที่โครงหน้าผิดรูปไปมากจนจำไม่ได้
คนที่เข้ามาในห้องนี้ แบ่งออกเป็นสองกลุ่ม กลุ่มแรกคือกลุ่มที่ยืนยันได้แล้วว่าคนที่เสียชีวิตคือญาติของตัวเองจริง เราก็จะเห็นภาพสามีประคองภรรยาไปดูรูปลูกชาย ปลอบกันไปมา แต่ก็ไม่เห็นมีใครที่เข้มแข็งได้มากกว่าใคร พี่น้องที่ร้องไห้ระงมอยู่ด้านหลังห้อง แม่ที่เดินทางมาจากต่างจังหวัดเพื่อมารับลูก หรือเพื่อนๆ ที่พร่ำพูดกับตัวเองว่า ทำไมไปเร็วแบบนี้ ไม่มีเวลาให้ทำใจเลย กับกลุ่มที่สองจะอยู่ในท่าทางที่กระวนกระวาย เดินคุยโทรศัพท์เพื่อให้ได้ข้อมูลมากที่สุดว่าคนที่เขารู้จักใส่เสื้อผ้าหรือเครื่องประดับแบบไหนในวันที่ไปเที่ยว อาจจะยังไม่มีน้ำตาไหลเป็นทางให้เห็น แต่ถ้าวัดปริมาณความทุกข์ ก็คงไม่ต่างกันนัก
ข้างๆ ห้องมีผู้ชายร่างท้วมคนหนึ่ง ร่างกายสะบักสะบอม มีบาดแผลที่ศีรษะ แขน และที่เท้า นั่งร้องไห้อยู่ที่โต๊ะม้าหินมาแล้วตั้งแต่เช้าและยังไม่มีทีท่าว่าน้ำตาหลายเม็ดนั้นจะหยุดไหลลงง่ายๆ มีคนเล่าต่อๆ กันมาว่า เพื่อนของเขาเสียชีวิตจากการมาเที่ยวที่ผับตามคำชวนของเขาเอง น้ำตาของเขาจึงไม่ได้หมายรวมแค่การสูญเสียเพื่อนรัก แต่คงรวมกับความรู้สึกผิด และเฝ้าโทษตัวเองอีกหลายกระบุง
ต่างคนต่างมีเรื่องสะเทือนใจในรูปแบบที่แตกต่างกันออกไป ครอบครัวเราก็เป็นหนึ่งในผู้สูญเสียเหมือนกัน ได้ยินข่าวตั้งแต่เมื่อคืนเหมือนกันว่ามีไฟไหม้ที่ซานติก้า ผับท้ายซอยเอกมัยใกล้ออฟฟิศนิดเดียว แต่ก็ไม่ได้คิดมาก่อนว่าเหตุการณ์นั้นจะมาเกี่ยวข้องกับเราได้ จนแม่มาปลุกตอนเช้าแล้วบอกว่าคงไม่ได้ไปปากช่องแล้วนะ “น้าเสีย เราต้องรีบไปโรงพยาบาลกัน”
แม่เดินไปดูรูปที่อยู่บนโต๊ะเพื่อให้แน่ใจอีกทีแล้วก็เดินมาปลอบใจลูกชายของน้า ซึ่งก็ยังทำใจไม่ได้เหมือนทุกคนในห้องนี้ เขานั่งก้มหน้ากอดถุงกระดาษที่ข้างในบรรจุเสื้อผ้าของพ่อเขาเอาไว้ตลอดเวลา คำปลอบใจของแม่ดูจะใช้การไม่ได้ก็คราวนี้
ด้านหลังตึกนิติวิทยาศาสตร์ ร.พ. จุฬาฯ
หลายชั่วโมงผ่านไป ตำรวจและเจ้าหน้าที่ ให้ญาติจัดการเอกสารทั้งที่ สน. และอำเภอให้เรียบร้อย ก่อนมารับศพออกจากโรงพยาบาล
เรา น้องเรา แม่ ยาย ลูกชาย ลูกสาว ภรรยาของน้า นั่งรอให้เจ้าหน้าที่เรียกอยู่ด้านหลังของตึก ด้านซ้ายเป็นห้องแอร์ที่เจ้าหน้าที่กำลังชันสูตรศพ ส่วนด้านขวาเป็นโกดังมีประตูเลื่อนขึ้นเลื่อนลง ข้างในเป็นโถงกว้าง ระหว่างรอเจ้าหน้าที่มาเรียก ประตูเลื่อนบานนี้จะถูกเลื่อนขึ้นเลื่อนลงอยู่หลายครั้ง ทุกทีที่เลื่อนขึ้น เราก็จะเห็นผู้เสียชีวิตถูกห่อผ้าขาว เรียงกันอยู่ที่พื้น ไม่รู้เท่าไหร่ต่อเท่าไหร่ พอครอบครัวของน้าหันไปเห็นทีก็ร้องไห้โหออกมาที ศพแล้วศพเล่าที่ทยอยออกมาจากห้องชันสูตร แม่บางคนเห็นลูกก็ร้องไห้ปริ่มจะขาดใจให้ได้ ยิ่งสภาพศพที่เสียชีวิตจากการถูกไฟคลอก ยิ่งกระแทกกระทั้นความรู้สึกคนเป็นมากเข้าไปอีก
ภรรยาของน้าเล่าว่า เขากับน้า ไป countdown กับกลุ่มเพื่อน แต่นั่งคนละโต๊ะกัน พอเกิดเหตุการณ์ขึ้นตัวเขาและสามีก็ออกมาจากร้าน แต่ด้วยความที่หากันไม่เจอ สามีเค้านึกว่าภรรยายังอยู่ในร้าน เลยเข้าไปตามปรากฏว่าเขาออกมาไม่ทันเอง บทพิสูจน์รักราคาแพงครั้งนี้ทำเอาน้าผู้หญิงเป็นลมไปหลายตลบ ระหว่างนั้นลูกชายของน้าก็เอากล้องดิจิตอลออกมาดู ในกล้องเป็นภาพที่เขาถ่ายรูปพ่อกับแม่เอาไว้ ช่วงก่อนเกิดเหตุการณ์ไม่กี่ชั่วโมง เขาเอาเงินไปให้พ่อ สวัสดีปีใหม่กันในผับ แต่ตัวเขาออกมา countdown กับเพื่อนทื่อื่น รู้ข่าวอีกที พ่อก็เสียแล้ว ส่วนลูกสาวไปเที่ยวเขาใหญ่กับเพื่อน ช่วงใกล้ๆ เที่ยงคืน น้าก็โทรไปบอกว่า “แฮปปี้ๆ นะลูก ปีใหม่ให้มีความสุขมากๆ นะ” น้องพูดจบก็โผกอดกับแม่เค้า
ศาลา 6 วัดมะกอก
ไม่มีใครทำใจได้เมื่อตอนเจ้าหน้าที่เข็นศพของน้าออกมา แม้กระทั่งวินาทีที่กำลังจะเผาร่างน้า หลังผ่านงานสวดอภิธรรมศพไปแล้ว 5 วันแล้วก็ตาม ความเสียใจก็ดูเป็นเรื่องใหม่ทุกวันสำหรับทุกคนอยู่ดี เพราะกับเรื่องแบบนี้ ไม่ว่าจะเตรียมตัวมาดีแค่ไหน ก็ไม่มีใครเคยพร้อมจะรับมือกับมัน
เพลงในโทรศัพท์มือถือดังขึ้น
“เฮ้ย หวัดดีปีใหม่นะ ขอให้มีความสุขมากๆ รวยๆ สุขภาพแข็งแรงนะแก”
“ขอบคุณมาก เหมือนกันนะ”